beijing

พักร้อน : ปักกิ่ง

posted on 07 Apr 2007 03:17 by lapis in Somewhere-out-There
เมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้วทางบ้านชวนไปเที่ยวจีน
ก็เลยว่าไงว่าตามกัน...ไปโลด
โดยเลือกไปแบบซื้อแพคเกจทัวร์เอา
เพราะมีที่ที่อยากไปดูหลายที่
เลยกะว่ามีรถพาเที่ยว มีไกด์คอยอธิบายสถานที่ต่างๆก็ไม่เลวเหมือนกัน
แต่ข้อเสียของการไปกับทัวร์อย่างหนึ่งคือ
เวลาส่วนตัวที่ค่อนข้างจำกัด
วันไหนตารางแน่นๆจะมีเวลาเดินดูหรือถ่ายรูป
แต่ละจุดแค่ประมาณ 5-10 นาที

การเดินทางทั้งขาไปและขากลับจะไปกับ
เครื่องโบอิ้ง 757 ของ Air China
ออกเดินจากกรุงเทพตอนตี 2
ถึงปักกิ่งตอนประมาณ 7 โมงเช้าของที่นั่น
เครื่องบินบินได้นิ่งมาก แอร์ก็ดูเอาใจใส่ดี
แต่ที่นั่งแคบไปหน่อย...เข่าติด
วันนั้นเครื่องจอดกลางลาน
ได้ก้าวออกไปรับลม -2 ํC ด้วยเสื้อยืดตัวเดียว
กว่าจะขึ้นรถได้ก็สั่นไม่หยุดเลย
พอช่วงเที่ยงอุณหภูมิถึงจะขึ้นไปอยู่ที่ 5 ํC
พอลงเครื่องเสร็จ พาไปกินข้าวเช้าแล้ว
ไกด์ก็เริ่มพาเที่ยวกันเลยครับ


พระราชวังโบราณกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม
ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่มีความสมบูรณ์มาก
มีตำหนักน้อยใหญ่มากมายและมีจำนวนห้องรวมถึง 9,999 ห้อง
มีการเปิดห้องสำคัญต่างๆให้ดูผ่านกระจกที่ติดไว้ทางประตูและหน้าต่าง
เช่นที่ประทับสำหรับว่าราชการ ห้องบรรทม ห้องหอของฮ่องเต้เป็นต้น
ช่วงที่ผมไปจะมีปิดปรับปรุงเป็นช่วงๆเพื่อเตรียมรับงานโอลิมปิกในปี 2008 ด้วย



...จำไม่ได้ว่าตำหนักอะไร...



จำนวนสัตว์มงคลตรงมุมหลังคาบ่งบอกระดับความสำคัญของตำหนักนั้นๆ



นี่ก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน...



หินกลางบันไดที่แกะสลักเป็นรูป 9 มังกรจากหินก้อนเดียว หนักกว่า 200 ตัน



ประตูทางเข้าหลักของตำหนักหน้า



นี่ก็จำไม่ได้ว่าห้องอะไร ^_^'



ที่ว่าราชการแผ่นดินและที่เข้าเฝ้าฮ่องเต้ ใครที่ชอบดูหนังจีนน่าจะคุ้นตากับลานนี้ดี



กำแพงรอบนอก



จัตุรัสเทียนอันเหมิน
หลังจากที่เดินหลายกิโลเมตรจากประตูหลังมาถึงประตูหน้าของพระราชวัง
ก็จะเจอจัตุรัสเทียนอันเหมิน สัญลักษณ์อีกอย่างของประเทศจีนอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
ทีพื้นที่กว้างมาก กว่าจะเดินข้ามจัตุรัสไปขึ้นรถได้ก็เล่นเอาขาลากกันเป็นแถว



ด้านประตูทางเข้ากู้กง มีรูปเหมาและเสามังกร



จี่เนี่ยนเปย จุดเด่นในจัตุรัส สูงกว่า 40 เมตร



หอสักการะฟ้าเทียนถาน
เป็นบริเวณที่ตั้งกลุ่มอาคารที่เกี่ยวเนื่องกับการสักการะเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งฟ้า
อาคารที่โดดเด่นที่สุดในเทียนถานน่าจะเป็นฉีเหนียนเตี้ยน(ตำหนักสักการะ)
ตัวอาคารสร้างโดยใช้เสาและคานไม้รองรับน้ำหนักไม่มีตะปูในการยึดโครงสร้างเลย
เป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในเทียนถานเพื่อประกอบพิธีกรรมบวงสรวงเทพยดา
โดยฮ่องเต้จะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอให้พืชพรรณธัญญาหารในปีนั้นๆอุดมสมบูรณ์



ตำหนักสักการะ



พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน
เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิหลายพระองค์โปรดเสด็จมาประทับทรงงานนอกเขตพระราชฐาน
เพราะอากาศเย็นสบายและทิวทัศน์งดงาม โดยเฉพาะพระนางซูสีไทเฮาที่โปรดปรานมาก
พื้นที่ 3 ใน 4 เป็นทะเลสาบซึ่งถูกขุดขึ้นมา ส่วนดินที่ขุดขึ้นมาได้ก็เอาไปถมเป็นภูเขา
สิ่งขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่คือระเบียงยาวที่ทอดตัวคดเคี้ยวบนริมฝั่งทะเลสาบทางทิศเหนือ
โดยมีความยาวประมาณ 730 เมตร ภายในระเบียงประดับด้วยรูปวาดประมาณ 15,000 รูป

ถึงตามประวัติศาสตร์จะบอกว่าที่นี่สวยมากแต่ว่าพอได้ไปดูแล้วกลับไม่ประทับใจเท่าไหร่
เหมือนไม่ค่อยได้รับการทนุบำรุงเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับกู้กงแล้วด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็ด้วยเรื่องของปี 2008 อีกนั่นแหละที่ทำให้ที่นี่มีแผนที่จะซ่อมแซมครั้งใหญ่เร็วๆนี้
ช่วงที่ผมไปก็มีปิดไปบางส่วนแล้ว แถมที่ประทับของซูสีไทเฮาก็กำลังถูกรื้อกระเบี้องอีก
วันนี้อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 3 ํC และมีหมอกจัดทั้งวัน ถ่ายรูปมามันติดมัวๆหมดเลย -.-"


จำไม่ได้แล้วว่าสะพานอะไร =w="



ทะเลสาบขนาดใหญ่ ช่วงหน้าหนาวใช้เล่นสเกตได้



กำแพงเมืองจีน
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกผมเลือกมาเที่ยวปักกิ่ง
เป็นกำแพงที่สร้างขึ้นมาจากเลือดเนื้อและชีวิตของแรงงานจำนวนนับล้านคน
ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวที่แต่ละแคว้นจะสร้างดำแพงป้องกันเมืองตัวเองจากแคว้นอื่น
เรื่อยมาจนถึงราชวงศ์ฉินที่ได้รวม 6 แคว้นเป็น 1 และเชื่อมต่อกำแพงเข้าด้วยกัน
มีคนกล่าวไว้ว่าก้อนหินบนกำแพง 1 ก้อนเปรียบกับชีวิตคน 1 คนทีเดียว

วันที่ผมไปขึ้นกำแพงเมืองจีนท้องฟ้าสดใสครับ อุณหภูมิอยู่ที่ 0 ํC และลมแรงมาก
ทางขึ้นจากด่านที่ผมไปจะมี 2 แบบคือทางลาดที่มีแท่งไม้ตอกขวางไว้บนพื้นเพื่อกันลื่น
และบางช่วงจะเป็นบันไดซึ่งค่อนข้างชัน โดยจะเป็นขั้นเตี้ยๆและชันๆสลับกันไป
หลังจากที่ผมเดินขึ้นมาเรื่อยๆด้วยความคึกจนผ่านไป 3 ป้อมก็เริ่มไม่ไหวครับ
อยู่บนที่สูงแล้วหอบเอาอากาศแห้งและเย็นจัดเข้าไปนี่เล่นเอาแทบแย่ไปเหมือนกัน
บวกกับทางเดินไปป้อมถัดไปถูกปิดเพราะกำลังกวาดหิมะกันอยู่ก็เลยตัดสินใจเดินลง
วันนี้น่าจะเป็นวันที่เหนื่อยที่สุดแล้วมั้ง กลับถึงห้องพักที่โรงแรมก็หลับเป็นตายเลย



หน้าด่านทางขึ้น



ทางไปป้อมแรก นี่มันกำแพงเมืองจีนหรือบันไดเมืองจีนน่ะ =A=



มีแม่ค้าขายเครื่องดื่ม อาหาร ของที่ระลึกแทบทุกป้อม



ทางไปป้อมต่อไป



stairway to heaven... =w=



กำแพงทอดไปยาวสุดสายตา



วัดลามะ
วัดลามะสร้างโดยพระราชโองการของจักรพรรดิคังซี เพื่อใช้เป็นพระราชวังที่ประทับ
ของพระราชโอรสหย่งเจิ้นที่มีความศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายลามะ
ต่อมาเมื่อพระองค์ได้เป็นจักรพรรดิจึงมอบวังให้ดัดแปลงเป็นวัดลามะขนาดใหญ่
นอกจากนั้นภายในวัดยังประดิษฐานพระโพธิสัตย์ซึ่งสลักจากไม้จันทน์เพียงท่อนเดียว
ซึ่งได้รับการบันทึกจากกินเนสบุคว่าเป็นพระที่แกะสลักจากไม้ท่อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีความสูงรวมทั้งหมด 26 เมตร แต่มีพระลามะคอยห้ามถ่ายรูปภายในอาคาร
วันนี้อุณหภูมิประมาณ 10 ํC ก็นับว่าอากาศกำลังสบายๆเมื่อเทียบกับวันอื่นๆ



ต้นไม้ข้างทางเข้าช่วงหน้าหนาวเหลือแต่กิ่ง



มีผู้คนมาไหว้พระมากมาย ควันธูปฟุ้งไปทั่ว



ตั้งจิตอธิษฐานแล้วหมุน หมุน 1 รอบหมายถึงสวดมนต์ 1 จบ



บริเวณที่ใช้ทำวัตรของพระลามะ




วันนั้นไปรอขึ้นเครื่องกลับตอนประมาณ 2 ทุ่ม กลับถึงกรุงเทพตอนประมาณตี 1
ขากลับนี่เครื่องเจอมรสุมหรือยังไงรู้ เขย่าตลอดทางเล่นเอาหลับไม่ลงเลย =w=

ผมจะอ้างถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวที่เด่นๆอย่างเดียวนะครับ
พวกคำอธิบายสถานที่ก็ฟังๆจากไกด์มา จำได้บ้างไม่ได้บ้าง
ถ้าผิดพลาดตกหล่นตรงไหนก็แจ้งมาได้นะครับ ^_^



สรุปรายจ่าย
-ค่าทัวร์และรายจ่ายเบ็ดเตล็ด ~23,000 บาท/คน
-ค่ากินจ่ายส่วนตัว ค่าของที่ระลึก ~3,000 บาท (ที่อัตราหยวนละ 4.9 บาท)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
-ถ้าไปทัวร์ให้ทำใจไว้เลยว่าเดินเยอะแน่ๆ และเตรียมรองเท้าใส่สบายไปด้วย
-เวลาซื้อของจากร้านที่ไม่ใช่ของราชการหรือไม่ใช่ห้างสามารถต่อราคาได้หมด
โดยอย่างน้อยให้ต่อราคาได้เหลือประมาณ 1 ใน 4 ของที่แม่ค้าบอกมา
-แม่ค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายคนพูดและฟังตัวเลขเป็นภาษาไทยได้
แต่นอกนั้นฟังไม่ออก เวลาจะซื้อของพกเครื่องคิดเลขไปจะสะดวกมาก
-คนขายของในร้านของราชการมักจะมีคนที่พอพูดและฟังภาษาไทยได้
ส่วนมากจะเคยเรียนมาประมาณ 8-12 เดือน สามารถพูดคุยต่อรองได้
-เวลารับเงินทอนให้คอยสังเกตุด้วยว่าเป็นแบงค์จริงหรือปลอม
-ตลาดรัสเซียก็คล้ายๆแพลทตินัมแฟชันมอลล์บ้านเราแต่ขายของแพงมาก
ถ้าจะซื้อพยายามต่อราคาเยอะๆ ถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้วไม่คุ้มก็กลับมาซื้อที่ไทยเถอะ
-หมั่นโถวปิ้งกินคู่กับเนื้อแกะย่างกินแล้วอุ่นอร่อย~ ไม้ละ 1 หยวน~

โด่คุง